Tuesday, April 1, 2025
Data ManagementNEWS

Veeam แนะนำหลักการ Data Resilience เตรียมความพร้อมองค์กรรับมือความท้าทาย

Veeam เดินหน้า ชู Data Resilience หนุนธุรกิจไทยพร้อมรับมือ 4 เทรนด์ใหม่ท้าทาย Data Explosion, Infrastructure Complexity, Vendor Lock-In และการขยายตัวของภัยคุกคามทางไซเบอร์

.

Veeam Software ผู้ดำเนินธุรกิจด้านระบบบริหารจัดการข้อมูลด้วยหลักการ Data Resilience เปิดเผยถึง ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ว่าอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ 4 เทรนด์สำคัญด้านข้อมูลที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ได้แก่ Data Explosion, Infrastructure Complexity, Vendor Lock-In, และการขยายตัวของภัยคุกคามทางไซเบอร์รวมถึงแรนซัมแวร์ที่มีรูปแบบการโจมตีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น องค์กรธุรกิจควรให้ความสำคัญต่อการปกป้องข้อมูลอันเปรียบเสมือนเส้นเลือดขององค์กร ด้วยการใช้แนวทาง Data Resilience 

เจษฏา ภาสวรวิทย์ ผู้จัดการอาวุโส ประเทศไทยและฟิลิปปินส์ Veeam Software

เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้จัดการอาวุโส ประเทศไทยและฟิลิปปินส์ ของ Veeam Software กล่าวว่า “อุตสาหกรรมในประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากเทรนด์สำคัญด้านโครงสร้าง 4 ประการที่ธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือ ประกอบด้วย

Data Explosion การเกิดขึ้นของข้อมูลปริมาณมหาศาลที่เพิ่มจำนวนขึ้นเป็นทวีคูณ อีกทั้งการตื่นตัวต่อเทคโนโลยี AI และ Generative AI กลายเป็นปัจจัยในการเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการสร้างข้อมูลใหม่ๆ โดยปีนี้มีข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นใหม่มากกว่า 150 เซตตะไบต์ จนกล่าวได้ว่า ร้อยละ 90 ของข้อมูลเกิดใหม่ทั่วโลก ล้วนถูกสร้างขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

Infrastructure Complexity องค์กรธุรกิจประสบปัญหายากลำบากในการบริหารจัดการและปกป้องข้อมูลที่สำคัญ เพราะความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานที่หลากหลาย ทั้งการใช้บริการคลาวด์ ระบบรักษาความปลอดภัย

หรือแม้กระทั่งมีสถานที่ตั้งที่ทำงานมากกว่าหนึ่ง เมื่อระบบขององค์กรล่มขึ้นมา ข้อมูลที่อยู่ในนั้นก็จะล่มตามไปด้วย และสร้างผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโน่มาถึงตัวธุรกิจเองต่างๆ ใช้ ทำให้

Vendor Lock-In องค์กรมีความเสี่ยงเรื่องการถูกผูกขาดทางเทคโนโลยีจากผู้ให้บริการ หรือแพลตฟอร์มรายใดรายหนึ่ง หากวันใดที่องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีบางส่วนไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดๆ ก็ตาม องค์กรธุรกิจนั้นๆ จำเป็นต้องมีความสามารถในการย้ายข้อมูลไปยังระบบหรือแพลตฟอร์มใหม่ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

การขยายตัวของภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรนซัมแวร์ โดยข้อมูลจาก Veeam 2024 Ransomware Trend Report พบว่าร้อยละ 75 ของธุรกิจเคยตกเป็นเหยื่อการโจมตีอย่างน้อยหนึ่งครั้งในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ร้อยละ 25 ที่เหลือตกเป็นเป้าหมายมากกว่า 4 ครั้งในระยะเวลาเท่ากัน 

นอกจากนี้การยอมเสียค่าไถ่ให้กับอาชญากรไซเบอร์ก็ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าจะได้รับข้อมูลทั้งหมดกลับคืนมา โดยร้อยละ 25 ระบุว่าพวกเขาต้องสูญเสียข้อมูลสำคัญไปแม้จะจ่ายค่าไถ่ไปแล้วก็ตาม อีกทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยี AI ก็มีส่วนในการเสริมสร้างความซับซ้อนให้กับการโจมตีทางไซเบอร์อีกด้วย นำไปสู่ความเสียหายอย่างรุนแรงต่อธุรกิจ

แนะนำหลักการ Data Resilience

เจษฎา อธิบายเพิ่มเติมว่า “ความต้องการของธุรกิจในการบริหารจัดการ ปกป้อง และใช้งานข้อมูล ของตนเองเนื่องจากร่องรอยข้อมูลทางดิจิทัลมีความซับซ้อน มีปริมาณสูงขึ้น องค์กรธุรกิจควรให้ความสำคัญต่อการปกป้องข้อมูลอันเปรียบเสมือนเส้นเลือดขององค์กร ด้วยการใช้แนวทาง Data_Resilience โดย Data_Resilience ของ Veeam ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 

Data Backup เนื่องจากร้อยละ 96 ของการโจมตีทางไซเบอร์พุ่งเป้ามาที่ข้อมูล ธุรกิจต้องมีการสำรองข้อมูลอย่างเหมาะสม ปลอดภัย มีความมั่นคงในระดับที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ และปราศจากข้อผิดพลาด 

Data Security ระบบรักษาความปลอดภัยที่ก่อตัวจากโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมแบบ zero-trust ที่มอบความมั่นคง การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล รวมถึงระบบการรักษาความปลอดภัยเชิงรุก เช่น การตรวจสอบภัยคุกคามอย่างละเอียด 

Data Recovery ในกรณีที่สถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด ธุรกิจต้องสามารถกู้คืนข้อมูลได้ในทันทีโดยปราศจากการสูญเสียหรือมีการปนเปื้อนของภัยคุกคามแฝงอยู่ภายใน 

Data Freedom เมื่อมีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี ธุรกิจต้องสามารถโอนย้ายข้อมูลของพวกเขาได้จากทุกที่ ในทุกเวลา และทุกรูปแบบตามที่พวกเขาต้องการ และตอบสนองต่อทุกเงื่อนไขในการปรับเปลี่ยนทางเทคโนโลยี

Data Intelligence ใช้ประโยชน์จากศักยภาพของเทคโนโลยี AI ในการดูแลรักษาข้อมูลของธุรกิจให้มีความปลอดภัยและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

ระดับบริหารต้องสร้างความร่วมมือในการทำ Data Resilience

“ปัจจุบัน การผลักดันเรื่อง Data_Resilience ขององค์กร จำเป็นที่จะต้องมีการทำงานร่วมกันจากหลายส่วน ทั้งผู้บริหารที่รับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานไอทีขององค์กร รับผิดชอบธรรมาภิบาลของข้อมูล หรือการนำข้อมูลไปใช้งาน ฝ่ายการตลาด หรือส่วนงานที่ดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล”

“แต่ละองค์กรจะต้องมองหาผู้รับผิดชอบโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทำ Data_Resilience ตามเงื่อนไขความต้องการทางธุรกิจ แต่ละฟังก์ชันธุรกิจ ซึ่งผู้บริหารทุกคนต่างต้องมีส่วนร่วมในการพูดคุยตกลง เช่น การรักษาความปลอดภัย การแบ็คอัพข้อมูล” 

“ธุรกิจที่มีความคล่องตัวและมีความสามารถในการปรับตัวได้นั้น จะต้องมี Data_Resilience ซึ่งหมายถึง ความทนทานของข้อมูล และความยืดหยุ่นของระบบบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งสามารถต้านทานและกู้คืนข้อมูลจากการโจมตีทางไซเบอร์ การเกิดภัยพิบัติ หรือการสูญหายของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันท่วงที เพื่อให้ข้อมูลยังคงอยู่และสามารถนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้โดยธุรกิจไม่สะดุด” 

การเลือกใช้โซลูชันอย่าง Veeam Cyber Secure สามารถเสริมความมั่นใจได้ว่าการปกป้องข้อมูลสำคัญดำเนินไปตามแนวทางที่ดีที่สุด และมีศักยภาพในการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น การเลือกใช้โซลูชัน Zero Trust Data_Resilience เป็นต้น”

“ปัจจุบันธุรกิจในประเทศไทยกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล หากข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถใช้งานได้ ธุรกิจก็ต้องหยุดชะงัก ด้วยเหตุนี้องค์กรธุรกิจต่างๆ จึงต้องใส่ใจต่อการปกป้องข้อมูลทั้งที่มีอยู่ในทุกแพลตฟอร์มและทุกช่องทางเทคโนโลยี องค์กรต้องมั่นใจว่าข้อมูลต่างๆ เหล่านี้พร้อมใช้งานเสมอทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ” เจษฎา กล่าวปิดท้าย